ถึงเวลาที่หลายคนเริ่มถามตัวเองว่า "ปีนี้เราใช้สิทธิลดหย่อนภาษีครบแล้วหรือยัง?" เพราะการวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้ใกล้สิ้นปีแล้วค่อยลงมือ แต่ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร โอกาสที่จะใช้สิทธิ์ได้ครบและได้เงินคืนสูงสุดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
บทความนี้รวบรวมรายการลดหย่อนภาษี 2569 ครบทุกหมวด ทั้งส่วนตัว ครอบครัว ประกันชีวิต ประกันบำนาญ กองทุนรวม และมาตรการรัฐ พร้อมอธิบายเงื่อนไขที่ต้องรู้ เพื่อให้คุณวางแผนได้ถูกต้องตั้งแต่ต้นปี
เข้าใจภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก่อนใช้สิทธิลดหย่อน
ก่อนจะรู้ว่าควรซื้ออะไรเพิ่ม ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองอยู่ในฐานภาษีใด เพราะยิ่งฐานภาษีสูง ค่าลดหย่อนทุกบาทก็ยิ่งมีผลมากขึ้น สูตรง่าย ๆ คือ
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน
จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามขั้นบันได 0% → 5% → 10% → 15% → 20% → 25% → 30% → 35%
ตัวอย่างเช่น หากเงินได้สุทธิอยู่ที่ 800,000 บาท และคุณซื้อประกันชีวิตเพิ่ม 50,000 บาท เงินได้สุทธิจะเหลือ 750,000 บาท ซึ่งลดภาษีได้จริงถึง 10,000 บาท (ฐาน 20%) นี่คือเหตุผลที่การรู้ฐานภาษีตัวเองสำคัญมากก่อนเลือกเครื่องมือลดหย่อน
หมวดที่ 1 — ลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
สิทธิ์กลุ่มนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนหรือซื้ออะไรเพิ่ม เพียงตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติครบหรือไม่
หมวดที่ 2 — ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ
หมวดนี้คือ "หัวใจ" ของการวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะนอกจากจะลดหย่อนได้จริงแล้ว ยังสร้างความคุ้มครองและเงินออมระยะยาวไปในตัว
ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี (ทั่วไป) — สูงสุด 100,000 บาท
กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยที่จ่ายจริงมาลดหย่อนได้ สูงสุด 100,000 บาท สิทธิ์นี้ใช้ได้ทั้งประกันชีวิตทั่วไป ประกันออมทรัพย์ และประกันควบการลงทุน ที่มีระยะคุ้มครองครบเงื่อนไข
ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี — สูงสุด 25,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพสามารถหักลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 25,000 บาท โดยเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ข้อดีคือประกันสุขภาพช่วยปิดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ประกันบำนาญลดหย่อนภาษี — สูงสุด 200,000 บาท (หรือ 300,000 บาท)
สำหรับผู้ที่วางแผนเกษียณอย่างจริงจัง ประกันบำนาญลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และหากยังใช้สิทธิ์ประกันชีวิตทั่วไปไม่ครบ 100,000 บาทแรก สามารถนำประกันบำนาญไปโปะในส่วนที่เหลือได้ ทำให้สูงสุดรวมกันได้ถึง 300,000 บาท ทั้งนี้ภายใต้เพดานรวมการออมเพื่อเกษียณ 500,000 บาท
เพดานรวมการออมเพื่อเกษียณ ไม่เกิน 500,000 บาท
ประกันบำนาญ + RMF + SSF + กบข./PVD + กอช. + กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน รวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
หมวดที่ 3 — กองทุนรวมลดหย่อนภาษี RMF SSF และ Thai ESG
กองทุนรวมเพื่อการลดหย่อนภาษีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่กับการประหยัดภาษี แต่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขระยะเวลาการถือครองด้วย
หมวดที่ 4 — ดอกเบี้ยบ้านและเงินบริจาค
ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน — สูงสุด 100,000 บาท
ดอกเบี้ยที่จ่ายจริงสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโด สามารถหักลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี สำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ สิทธิ์นี้ช่วยลดภาษีได้ทุกปีโดยอัตโนมัติ เพียงขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคาร
เงินบริจาค — ลดหย่อนตามจริง หรือ 2 เท่า
เงินบริจาคทั่วไปหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักลดหย่อน ส่วนการบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐบาล หักได้ 2 เท่าของยอดบริจาคจริง แต่ยังไม่เกิน 10% เช่นเดิม แนะนำให้บริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อความสะดวกและไม่ต้องเก็บใบเสร็จกระดาษ ปัจจุบันสรรพากรรองรับการยืนยันผ่านระบบดิจิทัลได้เลย
เทคนิควางแผนลดหย่อนภาษี 2569 ให้ได้คืนสูงสุด
การมีรายการลดหย่อนครบไม่ได้การันตีว่าจะได้ผลดีที่สุด หากจัดสรรไม่ถูกลำดับ เงินอาจเกินเพดานหรือกระทบสภาพคล่อง ลำดับที่แนะนำคือ
ปิดความเสี่ยงด้วยประกัน
ทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพก่อน เพราะให้ทั้งความคุ้มครองและสิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด 100,000 + 25,000 บาท
วางรากฐานเกษียณด้วยประกันบำนาญ
หากยังมีสิทธิ์ 100,000 บาทแรกเหลือ นำประกันบำนาญมาโปะ และใช้สิทธิ์บำนาญเพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 200,000 บาท
ลงทุนเพิ่มใน RMF หรือ SSF
เมื่อฐานการออมแน่นแล้ว จึงขยับมาลงทุนในกองทุนรวมที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น ภายใต้เพดานรวม 500,000 บาท
อย่าลืมสิทธิ์พื้นฐาน
ส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา และดอกเบี้ยบ้าน ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม แค่เตรียมเอกสารให้ครบก็ใช้สิทธิ์ได้ทันที
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นลดหย่อนภาษี 2569
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นปีช่วยให้ยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ได้รวดเร็วและได้รับเงินคืนเร็วขึ้น เอกสารที่ต้องใช้ได้แก่
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากนายจ้าง
หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ (บริษัทประกันออกให้)
หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน SSF / RMF / Thai ESG
หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้บ้านจากธนาคาร
หลักฐานการอุปการะบิดามารดา (สำเนาบัตรประชาชนพ่อ/แม่)
สรุป — เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษี 2569 ตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ารอสิ้นปี
รายการลดหย่อนภาษีปี 2569 มีให้เลือกใช้ครบทุกมิติ ตั้งแต่ส่วนตัวและครอบครัวที่ใช้ได้ทันที ไปจนถึงประกันชีวิต ประกันบำนาญ และกองทุนรวมที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งระยะยาวไปพร้อมกัน
ข้อสำคัญที่สุดคือ "อย่ารอ" เพราะการซื้อประกันหรือกองทุนในช่วงต้นปีทำให้คุณวางแผนได้มีเวลามากขึ้น ไม่รีบเร่งในช่วงโค้งสุดท้ายของปี และสามารถจัดสรรเงินได้อย่างพอดีโดยไม่กระทบสภาพคล่อง
หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน หรืออยากรู้ว่าประกันและกองทุนแบบไหนที่เหมาะกับสถานการณ์การเงินของคุณที่สุด ทีม BG Planner พร้อมช่วยวางแผนให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย




