ถ้าคุณเป็นคนวัยทำงานที่กำลังมองหาทางลดภาษีและวางแผนเกษียณไปพร้อมกัน ปี 2569 อาจเป็นปีที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี เพราะนี่คือ ปีสุดท้ายที่วงเงินลดหย่อนภาษีจากเงินออมและการลงทุนรวมกันอยู่ที่ 800,000 บาท ก่อนที่ตั้งแต่ปีภาษี 2570 เป็นต้นไป เพดานดังกล่าวจะลดลงเหลือ 600,000 บาท
สูตรที่หลายคนมองข้ามคือการใช้ 3 เครื่องมือพร้อมกัน ได้แก่ กองทุน RMF, กองทุน ThaiESG และประกันบำนาญ โดยแต่ละอย่างมีวงเงินลดหย่อนแยกจากกัน และเมื่อวางแผนได้ถูก คุณสามารถประหยัดภาษีได้หลายหมื่นบาทต่อปี พร้อมสร้างรายได้หลังเกษียณที่มั่นคงในเวลาเดียวกัน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแต่ละเครื่องมือ พร้อมวิธีจัดสรรให้ได้ประโยชน์สูงสุดในปี 2569 นี้
ทำความรู้จัก 3 เครื่องมือลดหย่อนภาษีเพื่อเกษียณ
ก่อนจะเริ่มวางแผน ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้ง 3 เครื่องมือนี้ต่างกันอย่างไร และแต่ละอย่างเหมาะกับเป้าหมายใด
RMF (Retirement Mutual Fund) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการลงทุนระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ มีนโยบายการลงทุนหลากหลายตั้งแต่ตราสารหนี้ไปจนถึงหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเลือกระดับความเสี่ยงเองและต้องการโอกาสให้เงินเติบโตในระยะยาว
ThaiESG (Thailand ESG Fund) คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) สิทธิ์ลดหย่อนแยกออกมาต่างหากจาก RMF ทำให้ใช้ได้ "ซ้อน" กัน เหมาะกับคนที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุดในแต่ละปี
ประกันบำนาญ คือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่การันตีว่าคุณจะได้รับเงินสม่ำเสมอเป็นรายเดือนหรือรายปีหลังถึงอายุที่กำหนด ต่างจาก RMF และ ThaiESG ตรงที่ให้ความแน่นอนของรายได้ ไม่ผันผวนตามตลาด เหมาะกับคนที่ต้องการ "เงินเดือน" ยามเกษียณที่แน่นอนและวางแผนล่วงหน้าได้
RMF ปี 2569 — กองทุนเกษียณที่ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท
RMF ให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาท โดยวงเงินนี้จะนับรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันบำนาญ ดังนั้นถ้าคุณยังไม่มี PVD หรือกบข. ตัว RMF คือเครื่องมือแรกที่ควรเริ่มใช้เต็มสิทธิ์
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้คือต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี อย่างน้อยปีละครั้ง และจะขายได้เมื่ออายุครบ 55 ปีขึ้นไปและถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันซื้อครั้งแรก ถ้าขายก่อนครบเงื่อนไขจะต้องคืนภาษีที่เคยใช้สิทธิ์ลดหย่อนไปทั้งหมด พร้อมเบี้ยปรับ
ข้อดีของ RMF คือมีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายมาก สามารถสลับระหว่างกองทุนภายใต้บริษัทเดียวกันได้โดยไม่เสียสิทธิ์ลดหย่อน และถ้าเริ่มตั้งแต่อายุน้อย ศักยภาพการเติบโตของเงินในระยะยาวอาจสูงมากหากเลือกนโยบายหุ้นที่เหมาะสม
ThaiESG ปี 2569 — ลงทุนยั่งยืน ลดหย่อนได้อีก 300,000 บาท (วงเงินแยก)
ThaiESG มีวงเงินลดหย่อนแยกออกมาต่างหากจาก RMF คือสูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท ทำให้ถ้าใช้ทั้ง RMF และ ThaiESG เต็มสิทธิ์ คุณมีโอกาสลดหย่อนภาษีจากทั้งสองกองทุนรวมกันได้ถึง 800,000 บาทในปีเดียว
ปี 2569 ยังมีตัวใหม่ที่น่าสนใจคือ Thai ESGX - ทางเลือกสำหรับคนที่สับเปลี่ยนจาก LTF ซึ่งให้สิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มเติมอีกสูงสุด 50,000 บาท (นับรวมในวงเงิน ThaiESG) โดยโครงการนี้มีผลตั้งแต่ปีภาษี 2569–2572 และต้องถือครองขั้นต่ำ 5 ปีนับจากวันซื้อ
สิ่งที่ต่างจาก RMF ชัดเจนคือ ThaiESG ไม่บังคับซื้อต่อเนื่องทุกปี ซื้อปีไหนได้สิทธิ์ปีนั้น และระยะเวลาถือครองขั้นต่ำสั้นกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลดหย่อนโดยไม่ต้องผูกพันระยะยาวอย่างเดียวกับ RMF
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ประกาศของกรมสรรพากร
ประกันบำนาญ — เงินได้แน่นอนทุกปีหลังเกษียณ ลดหย่อนเพิ่มอีกสูงสุด 200,000 บาท
สิ่งที่ RMF และ ThaiESG ให้ไม่ได้คือ "ความแน่นอน" ของรายได้หลังเกษียณ เพราะผลตอบแทนขึ้นอยู่กับตลาด แต่ ประกันบำนาญ ให้เงินบำนาญในอัตราที่กำหนดไว้แน่นอนทุกปีไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร ทำให้หลายคนเลือกใช้ประกันบำนาญเป็นรากฐานของแผนเกษียณ และใช้ RMF/ThaiESG เป็นส่วนเติมความมั่งคั่ง
เบี้ยประกันบำนาญลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท และไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน โดยวงเงินนี้นับรวมอยู่ในกล่องเดียวกับ RMF (รวมไม่เกิน 500,000 บาท) แต่ยังมีช่องพิเศษเพิ่มเติม คือถ้าคุณยังใช้สิทธิ์ประกันชีวิตทั่วไป (วงเงิน 100,000 บาทแรก) ไม่เต็ม สามารถนำประกันบำนาญไปโปะในส่วนนั้นได้ก่อน ทำให้รวมแล้วอาจใช้สิทธิ์ลดหย่อนจากประกันบำนาญได้สูงสุดถึง 300,000 บาท
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม เช่น AIA Annuity Sure ชำระเบี้ยสั้นเพียง 9 ปี แต่รับเงินบำนาญปีละ 15% ของจำนวนเงินทุนประกันภัย ตั้งแต่อายุ 60 ถึง 90 ปี รวมตลอดสัญญา 30 ปี สำหรับคนที่ต้องการจ่ายสั้นแต่รับผลประโยชน์ระยะยาว นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจในปี 2569
วางแผนใช้ครบ 3 ขา — รวมสูงสุดเท่าไหร่ในปี 2569?
ถ้าวางแผนได้ถูกต้อง คุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนจากทั้ง 3 เครื่องมือนี้รวมกันได้ดังนี้
กล่องที่ 1 — RMF + ประกันบำนาญ + PVD/กบข. รวมกันสูงสุด 500,000 บาท
กล่องที่ 2 — ThaiESG วงเงินแยกต่างหาก สูงสุด 300,000 บาท
*โบนัส — ประกันบำนาญ 100,000 บาทแรก อาจนับรวมช่องประกันชีวิตทั่วไปได้ก่อน*
รวมศักยภาพลดหย่อนสูงสุด: 800,000 บาทในปี 2569
ตัวอย่างเช่น คนมีรายได้ 1,500,000 บาทต่อปี ไม่มี PVD สามารถวางแผนได้ดังนี้ ซื้อ RMF 300,000 บาท + จ่ายเบี้ยประกันบำนาญ 200,000 บาท (รวม 500,000 บาทในกล่องที่ 1) และซื้อ ThaiESG อีก 300,000 บาทในกล่องที่ 2 ถ้าอยู่ในอัตราภาษีส่วนเพิ่ม 25% การลดหย่อน 800,000 บาทจะช่วยประหยัดภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทในปีนี้เพียงปีเดียว
หากต้องการวิเคราะห์ว่าคุณควรจัดสรรเงินระหว่าง 3 เครื่องมือนี้อย่างไรให้เหมาะกับรายได้และเป้าหมายเกษียณของคุณ ทีม BG Planner พร้อมวางแผนให้คุณฟรี
2569 — ปีสุดท้ายเพดาน 800,000 บาท อย่าปล่อยให้ผ่านไป
ข้อมูลจากกรมสรรพากรระบุชัดว่า ปีภาษี 2569 คือปีสุดท้าย ที่วงเงินลดหย่อนจากเงินออมและการลงทุนรวมทุกประเภทอยู่ที่ 800,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2570 เป็นต้นไป เพดานนี้จะลดลงเหลือ 600,000 บาท ซึ่งหมายความว่าการวางแผนในปีนี้มีมูลค่าสูงกว่าปีถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ RMF ต้องซื้อก่อนสิ้นปีภาษี (31 ธันวาคม 2569) เพื่อให้นับในปีภาษีนี้ได้ ส่วน ThaiESG และประกันบำนาญก็มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน ดังนั้นยิ่งเริ่มวางแผนเร็ว ยิ่งมีเวลาจัดสรรเงินและตัดสินใจได้อย่างไม่รีบร้อน
การวางแผนภาษีและเกษียณไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำคนเดียว ทีม BG Planner ช่วยคุณประเมินสิทธิ์ที่มีและแนะนำสัดส่วน RMF + ThaiESG + ประกันบำนาญ ที่เหมาะกับรายได้และเป้าหมายเกษียณของคุณโดยเฉพาะ


